สหกรณ์การเกษตรปฏิรูปที่ดินเมืองพะเยา จำกัด

รายละเอียดเกี่ยวกับสหกรณ์

ประวัติการจัดตั้ง
สหกรณ์การเกษตรปฏิรูปที่ดินเมืองพะเยา จำกัด
1. ประวัติสหกรณ์

สืบเนื่องจากการประกาศจัดตั้งจังหวัดพะเยา เป็นจังหวัดที่ 72 ของประเทศ เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2520 และในส่วนราชการได้โอนหน่วยงานทางราชการต่าง ๆ เพื่อให้บริการประชาชน สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ให้ความสะดวกต่อการติดต่องานของประชาชน ต่อมาในปี 2521 จังหวัดพะเยา ได้มีการประกาศที่ดินในเขตป่าเสื่อมโทรมเข้าเป็นเขตทำกินและประกาศเป็นเขตปฏิรูปที่ดินป่าห้วยบง – ห้วยเคียน เขตตำบลแม่ปืม ตำบลต๊ำ ตำบลต๋อม และตำบลท่าวังทอง บางส่วน เป็นแห่งแรกในจังหวัดพะเยา เพื่อให้เกษตรกรเข้าทำกิน และเกษตรกรที่เข้าทำกินจะต้องมีคุณสมบัติเป็นเกษตรกรจริง โดยทาง ส.ป.ก.จัดสรรที่ดินทำกินให้รายละ 10 ไร่ และเกษตรกรที่เข้าทำกินหรือทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าวจะต้องรวมตัวกันเข้าเป็นกลุ่มสหกรณ์เพื่อมีจุดมุ่งหมายเดียวกันและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
ดังนั้น ทางสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดพะเยา จึงร่วมกับ สำนักงานสหกรณ์จังหวัดพะเยา ยื่นขอจดทะเบียนจากนายทะเบียนสหกรณ์จัดตั้งเป็น สหกรณ์การเกษตรปฏิรูปที่ดินเมืองพะเยา จำกัด ซึ่งมีสาระสำคัญในการจัดตั้งครั้งแรกดังนี้
1. จดทะเบียนเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2523 เลขทะเบียนที่ กสน.116/2523 ประเภท สหกรณ์การเกษตร เลขที่ตั้งปัจจุบัน 137 ม.15 ต.แม่ปืม อ.เมือง จ.พะเยา 56000
2. จำนวนสมาชิกแรกตั้ง 115 คน จำนวนกลุ่มสมาชิก 10 กลุ่ม
3. ท้องที่ดำเนินงาน ตำบลต๊ำ ตำบลต๋อม ตำบลแม่ปืม อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา (ปัจจุบัน ได้รวมตำบลท่าวังทอง เข้าด้วย)
4. ทุนเรือนหุ้นเมื่อแรกตั้ง (หุ้นละ 50 บาท) เป็นเงิน 115 หุ้น เป็นเงิน 5,750 บาท (ปัจจุบันมูลค่าหุ้น หุ้นละ 10 บาท)
5. วัตถุประสงค์ เพื่อให้เกษตรกรได้รับที่ดินทำกินในเขตปฏิรูปที่ดินรวมตัวกันเพื่อทำธุรกิจร่วมกัน
6. ผลการดำเนินงานในปีแรก มีปริมาณธุรกิจ 95,432 บาท มีกำไรในการทำธุรกิจ 1,908.64 บาท

2. ปัญหาและอุปสรรค

ด้านสมาชิก สมาชิกขาดความเข้าใจในระบบงานสหกรณ์ จะต้องจัดให้มีการฝึกอบรมให้ความรู้ และทำความเข้าใจกับสมาชิกให้มากขึ้น
ด้านเงินทุน สหกรณ์มีเงินทุนไม่เพียงพอกับธุรกิจที่จะขยายไปข้างหน้า ซึ่งทางสหกรณ์กำลังจัดทำโครงการส่งเสริมอาชีพต่าง ๆ ซึ่งคาดว่าจะกู้เงินกองทุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม มาดำเนินโครงการ แต่การจัดทำคำขอกู้จะต้องผ่านหลายขั้นตอนซึ่งทำให้เกิดความล่าช้า ประกอบกับการจัดทำเอกสารต่าง ๆ ก็ยุ่งยากต้องใช้เวลาทำความเข้าใจ
ส่วนในด้านธุรกิจสินเชื่อ สหกรณ์จะต้องไปขอกู้เงินและทำสัญญากู้เงินกับ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. เพื่อมาจ่ายให้กับสมาชิกในการประกอบอาชีพ ซึ่งมีอัตรา ดอกเบี้ยสูง
3. ด้านพื้นที่และภูมิอากาศ พื้นที่ทำกินของเกษตรกรที่ได้รับการจัดสรรจาก ส.ป.ก. สภาพทั่วไปจะไม่ค่อยมีแหล่งน้ำ แต่ก็ได้รับการจัดสรรงบประมาณจากทาง กรมส่งเสริมสหกรณ์และ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) แต่สภาพพื้นที่ไม่สามารถอุ้มน้ำได้ เพราะสภาพดินเป็นลูกรัง การเพาะปลูกพืชส่วนใหญ่จะปลูกพืชที่ทนแล้งได้ เช่น มะขาม บางพื้นที่ก็ปลูกมะม่วงพันธุ์พื้นเมือง แต่ปัจจุบันได้มีการพัฒนาและได้รับความรู้การถ่ายทอดเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อปลูกพืชให้ทนต่อสภาพอากาศดีขึ้นและได้มีการปลูกไม้ผลต่าง ๆ หลายชนิด เช่น มะขามหวาน มะม่วงพันธุ์ดี ลำไย เป็นต้น แต่พอถึงฤดูการเก็บผลผลิตก็ประสบปัญหาผลผลิตเสียหายจากสภาพดินฟ้าอากาศ และราคาต้นทุนการผลิตสูงราคาตกต่ำ
ปัจจุบันได้มีหน่วยงานทางภาครัฐและเอกชนมาให้คำแนะนำการปลูกยางพารา ไม้สัก ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจทางเลือกอีกทางหนึ่งสำหรับเกษตรกร แต่อยู่ในระหว่างการศึกษาสภาพดินและสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมอยู่

ที่มา: http://www.coopinthailand.com/205